ฉันทำงานใน…

ดำเนินการต่อ

เนื้อหาถูกปรับแต่งให้ตรงกับลักษณะธุรกิจของคุณ



อันที่จริงแล้ว รากฐานของอาหารตะวันตกโดยทั่วไปนั้น ได้วิวัฒนาการมาจากอาหารฝรั่งเศส โดยทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับให้เป็นพื้นฐานของการทำอาหารในปัจจุบันนี้ ก็คือมาจากเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิมแบบทันสมัยขึ้น ของแองกัส เอสโคฟิเอ่ (Auguste Escoffier) โดยสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือ แม่ซอสทั้ง 5 แบบ ที่เชฟทุกๆ คนท่องจำกันได้ขึ้นใจ อันได้แก่ ซอสเบชาเมล (béchamel) ซอสเอสปานอลซอส (espagnole) ซอสเวลูเต้ (velouté) ซอสฮอลแลนเดซ (hollandaise) และซอสโตเมท (tomate) ซึ่งแม่ซอสทั้งห้านี้ ก็ยังเป็นแม่แบบของซอสอื่นๆ ที่พบเห็นกันในปัจจุบันอีกด้วย


ถึงแม่ว่าอาหารตะวันตกในทุกวันนี้จะมีวิวัฒนาการมาจากอาหารฝรั่งเศส มันก็ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ที่ตายตัวในการทำอาหาร ยกตัวอย่างเช่น การจัดเรียงจานอาหารเพื่อเสิร์ฟ ดังที่เราจะเห็นกันว่า ในปัจจุบันก็ไม่ได้มีความแตกต่างมากไปจากแต่ก่อน เรายังคงเห็นการจัดเรียงจานอาหารเพื่อเสิร์ฟ โดยมีอาหารประเภทซุปและสลัดผัก เสิร์ฟมาเป็นอาหารประเภทเรียกน้ำย่อยก่อน แล้วตามด้วยอาหารจานหลักประเภทโปรตีน (ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ ปลา หรือไก่) อยู่คู่กับอาหารจำพวกแป้ง (มันฝรั่ง ข้าว หรือพาสต้า) และมีส่วนของผักมาเคียงข้างกันอีกด้วย และสุดท้ายแล้ว ก็จะมีขนมหวานเสิร์ฟเป็นการปิดท้ายมื้ออาหารนั้นนั่นเอง


 

ในปัจจุบันนี้ เราจะเห็นได้ถึงความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นของอาหารจากประเทศในแถบนอร์ดิค (ภูมิภาคในยุโรปเหนือ เช่น เดนมาร์ค นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์) เนื่องจากประเทศเหล่านี้ได้มีการให้ความสำคัญกับวัตถุดิบอาหารที่หาได้เฉพาะตามแต่ละท้องถิ่นเท่านั้น และด้วยความที่กระแสนิยมของโลกปัจจุบัน ที่ส่งผลให้คนเราให้ความสำคัญกับแหล่งการผลิตอาหารแต่ละชนิด ทำให้เทคนิคการทำอาหารและการรังสรรค์เมนูของอาหารในแถบนอร์ดิคนั้นมีผลกระทบอันสำคัญกับอาหารตะวันตกทั่วโลก
 


ดังนั้น คำนิยามของอาหารตะวันตกนั้น ได้ถูกขยายความให้ลึกซึ่งขึ้นมากกว่าแต่ก่อน โดย มีการใช้วัตถุดิบที่หลากหลายมากขึ้น มีสไตล์การทำอาหารที่แตกต่างมากขึ้น และมีเทคนิคที่เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการหมัก การดอง ไปจนถึงการรมควันปลา เป็นต้น