ฉันทำงานใน…

ดำเนินการต่อ

เนื้อหาถูกปรับแต่งให้ตรงกับลักษณะธุรกิจของคุณ

เทศกาลปล่อยผีประจำปีมาถึงแล้ว!!  ถึงเวลาที่ผู้คน ร้านค้า บ้านเรือน และสถานที่สำคัญต่าง ๆ จะประดับตกแต่งด้วยธีมภูติผีกันอย่างสนุกสนาน ถึงแม้ฮาโลวีนจะถือเป็นเทศกาลของชาวตะวันตกที่มีต้นกำเนิดมายาวนานหลาย ศตวรรษ แต่ปัจจุบันฮาโลวีนเป็นที่รู้จักและได้แพร่หลายไปทั่วโลก

ไม่เว้นแม้แต่อาหารที่ได้รับอิทธิพลจากเทศกาลฮาโลวีนเช่นกัน เกิดการดัดแปลงเมนูอาหารให้มีสีสันหน้าตาเข้ากับเทศกาลฮาโลวีน บางเมนูน่ากลัวบ้าง น่ารักบ้าง ขึ้นอยู่กับความต้องการและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน  แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการปรุงอาหารสำหรับเทศกาลนี้ คือวัตถุดิบที่สื่อถึงความเป็นฮาโลวีนชนิดที่แยกกันไม่ออก อย่าง “ฟักทอง” ซึ่งมีที่มาเกี่ยวกับตำนานของ Jack O'Lantern ชายผู้ท้าทายปีศาจ

ตำนานเล่าว่า แจ๊ค ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์ได้หลอกล่อให้ปีศาจปีนขึ้นไปเก็บผลไม้บนต้นไม้ จากนั้นเขาได้แกะสลักลำต้นเป็นสัญลักษณ์ไม้กางเขนเพื่อไม่ให้ปีศาจลงจากต้นได้ ซึ่งแจ๊คได้ให้ปีศาจทำสัญญาว่าเมื่อเขาเสียชีวิตลง ปีศาจจะไม่มาเอาดวงวิญญาณของเขาไปก่อนจะปล่อยปีศาจลงมา

ต่อมาแจ็คได้เสียชีวิต และปีศาจไม่สามารถเอาดวงวิญญาณของแจ๊คไปได้ จึงมอบถ่านไฟให้แจ๊คเพื่อใช้นำทางในความมืดอันหนาวเหน็บ แจ๊คเก็บถ่านไฟไว้ในหัวผักกาดเพื่อให้ถ่านไฟอยู่ได้นานขึ้น จากนั้นเป็นต้นมาดวงวิญญาณของแจ็คระหกระเหินไปในความมืด พร้อมแสงไฟส่องทางที่ครอบด้วยหัวผักกาด ชาวบ้านจึงแกะสลักหัวผักกาดและจุดเทียนไว้ข้างในตามเรื่องราวของแจ็ค จนตำนานนี้แพร่เข้าสู่อเมริกาก็มีการเปลี่ยนมาใช้ผลฟักทองแทนเนื่องจากหาได้ง่ายและแกะสลักได้ง่ายกว่า เช่นที่เราคุ้นเคยกันในทุกวันนี้

ฟักทองเป็นพืชตระกูลมะระ ชนิดไม้เถาขนาดใหญ่ ผิวมีลักษณะขรุขระ เนื้อในสีเหลืองนิ่ม มีเมล็ดสีขาวแบน ในด้านการปรุงอาหาร ฟักทองคือวัตถุดิบชั้นดี มีรสหวานอ่อน ๆ และกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี ฟอสฟอรัส แคลเซียม และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ฟักทองยังมีกากใยสูงทานแล้วอยู่ท้อง อิ่มนาน เหมาะกันคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

ฟักทองสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่เมนูง่าย ๆ อย่างฟักทองนึ่งสุก ไปจนถึงเมนูต้ม ผัด แกง หรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มก็สามารถใช้ฟักทองเป็นวัตถุดิบได้เช่นกัน และด้วยเนื้อฟักทองที่แกะสลักได้ง่าย จึงมักถูกหยิบมาแกะสลักเป็นรูปร่างต่าง ๆ เพื่อประกอบอาหารในเทศกาลฮาโลวีนนั่นเอง

ต่อมาคือวัตถุดิบอีกหนึ่งชนิดที่เป็นสัญลักษณ์ในวันฮาโลวีนเช่นกัน เป็นผลไม้แห่งความรู้และเป็นตัวแทนของสิ่งต้องห้าม นั่นก็คือ “แอปเปิ้ล”  ในงานปาร์ตี้ฮาโลวีนจะมีเกมยอดนิยม "Bobbing for apples" โดยมีวิธีเล่นง่าย ๆ ด้วยการนำแอปเปิ้ลไปแช่ไว้ในถังหรือกะละมังใส่น้ำ จากนั้นผู้เล่นต้องคาบแอปเปิ้ลออกจากถังนั้นด้วยตัวเอง และยังมีความเชื่อกันอีกด้วยว่า หากหญิงสาวปอกเปลือกแอปเปิ้ลหน้ากระจกเวลาเที่ยงคืนในวันฮาโลวีน จะได้เห็นหน้าชายหนุ่มที่เป็นเนื้อคู่ในกระจก นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังแกะสลักได้ง่าย จึงเหมาะกับการนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูสุดหลอนในวันฮาโลวีนเช่นกัน
และเนื่องด้วยปัจจุบันเทศกาลฮาโลวีนเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ทำอาหารจึงมีการปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่น เช่น การใช้พริกหยวกที่มีรูปทรงคล้ายฟักทองมาแกะสลักแทน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามหากจะสื่อถึงเทศกาลฮาโลวีนอย่างแท้จริง ฟักทองและแอปเปิ้ลก็ยังคงเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอน…