ฉันทำงานใน…

ดำเนินการต่อ

เนื้อหาถูกปรับแต่งให้ตรงกับลักษณะธุรกิจของคุณ

ในปี 2018 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  วางเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10% โดยมีรายได้ 3.1 ล้านล้านบาท  แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.1 ล้านล้านบาท และรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2560 ที่ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.76 ล้านล้านบาท โดยเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.8 ล้านล้านบาท และรายได้จากการเดินทางเที่ยวในประเทศ 9.5 แสนล้านบาท

ด้านการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวในปี 2018 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5% ในปี 2560 ที่คาดว่าจะมีจำนวน 34-35 ล้านคน และจำนวนการเดินทางเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 162 ล้านคน / ครั้ง โดยจะเน้นการขยายตลาดในประเทศ ให้เพิ่มขึ้นไม่ตํ่ากว่า 33% ส่งผลดีต่อธุรกิจบริการโดยเฉพาะกลุ่ม HORECA


1. 
สะดวก รวดเร็ว ทานง่าย ไม่ต้องอธิบายมาก

เพราะนักท่องเที่ยวมีโปรแกรมการท่องเที่ยวที่กำหนดเวลาไว้ล่วงหน้า

2. เมนูหลากหลาย

ออกแบบเหมาะสมกับกลุ่มอายุ และไลฟ์สไตล์ เช่น กลุ่ม Baby Boom (BB), Gen Y แนวทางเมนู เช่น อาหารทวิสต์ East meet West, อาหารมังสวิรัติ Vegetarian เป็นต้น

3. Local food

เป็นคอนเซ็ปต์การเลือกอาหารพื้นเมืองหรืออาหารท้องถิ่นเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสอาหารและวัฒนธรรมพื้นเมืองจากการเล่าเรื่อง (เช่น การเล่าเรื่องวัตถุดิบจากเชฟ,การอธิบายเมนูจากพนักงานเสิร์ฟ หรือประชาสัมพันธ์แทรกในเมนู เป็นต้น) 

4. การตกแต่งที่สวยงาม

อาหารจานสวย หรือ ไลน์อาหารบุฟเฟต์ที่บอกเรื่องราววัตถุดิบพื้นถิ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าถ่ายรูปแชร์ประสบการณ์ในโซเชียล การบอกเรื่องราว (Story Telling) ที่สื่อถึงวัตถุดิบอาหาร คุณประโยชน์อาหารดีต่อการบริโภคอย่างไร เป็นการดึงคุณค่าอาหารที่เป็นเสน่ห์เพื่อบอกต่อ

 

นอกเหนือจาก 4 ปัจจัยข้างต้น วันนี้การออกแบบอาหารในโรงแรม เช่น Buffet หรือ A la carte ควรคำนึงแนวทางการจัดการ คือ ปรุงได้เร็ว (เทคนิค), เสิร์ฟได้เร็ว, เก็บได้เร็ว, มีการสูญเสียน้อยหรือดัดแปลงอาหารได้ และที่สำคัญสามารถบริหารต้นทุนได้ตามเป้าหมาย