Menu

ฉันทำงานใน…

ดำเนินการต่อ

เนื้อหาถูกปรับแต่งให้ตรงกับลักษณะธุรกิจของคุณ

สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่สงสัยว่าจะทำอย่างไรดีที่จะให้อาหารเดลิเวอรีของลูกค้าอร่อยเหมือนได้มานั่งทานที่ร้าน วันนี้ยูนิลีเวอร์ ฟู้ด โซลูชั่นส์ ก็มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก ใครได้เอาไปใช้ รับรองว่าได้ผลแน่นอน เพราะจะช่วยให้อาหารเดลิเวอรีอร่อยครบรสชาติ ช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ดึงลูกค้าใหม่และรักษาฐานลูกค้าเก่าให้กลายมาเป็นลูกค้าขาประจำได้ สร้างยอดขายให้กับร้านได้ในระยะยาว แม้ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์หนักหนา เช่น โรคระบาด ร้านก็อยู่รอด

เทคนิคที่ 1: แยกส่วนวัตถุดิบ รักษาความสดใหม่และความอร่อย

ลองดัดแปลงสูตรอาหารใหม่เพื่อรองรับการใส่กล่องแบบเดลิเวอรี โดยเอาเทคนิคการบรรจุข้าวจากญี่ปุ่นที่เรียกว่า “เบ็นโตะ” มาใช้ เป็นการแยกส่วนประกอบต่างๆ ของเมนูออกจากกันให้ได้มากที่สุด เพื่อให้วัตถุดิบไม่ปนกัน ช่วยในเรื่องรักษาความสดใหม่ของอาหารให้อยู่ได้นานขึ้น เหมาะกับการเอาไปใช้กับเมนูอาหารจานเดียวมาก ยกตัวอย่างเช่น เมนูข้าวกะเพราหมูสับไข่ดาว ให้ใช้กล่อง 4 ช่อง ไว้ใส่วัตถุดิบสำหรับกะเพราหมูสับ ข้าวหอมมะลิ ไข่ดาว และน้ำปลาพริกที่คนไทยขาดไม่ได้นั่นเอง หรือจะเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัย ก็ให้ใช้ถ้วยสำหรับแยกเส้นและน้ำ โดยชั้นบนจะใส่เส้น เนื้อสัตว์ และผัก ส่วนชั้นล่างให้ใส่น้ำแยกไป

เทคนิคที่ 2: หลีกเลี่ยงของทอด เลือกผัด ต้ม นึ่ง แกง ไปไว้ในเมนูเดลิเวอรี่แทน

สาเหตุที่เราต้องหลีกเลี่ยงการส่งเดลิเวอรีแบบของทอด นั่นเป็นเพราะว่าเวลาที่เราต้องแพ็คอาหารลงกล่อง จะเกิดไอน้ำ ซึ่งทำให้ของทอดที่เป็นเมนูสุดกรอบต้องกลายมาเป็นของทอดที่มีเนื้ออาหารสุดฟีบได้ครับ เจ้าของร้านควรเลือกอาหารที่เป็นประเภทผัด ต้ม นึ่ง หรือแกง ไปไว้ในรายการสั่งอาหารจะได้ผลดีกว่า แต่สำหรับเมนูอาหารจานเดียวที่หลีกเหลี่ยงของทอดไม่ได้จริงๆ แนะนำให้บรรจุอาหารด้วยถุงกระดาษ หรือกล่องกระดาษแทนก็ได้ จะช่วยรักษาคุณภาพความกรอบได้ดี เนื่องจากกระดาษจะช่วยดูดซับความชื้น ทำให้อาหารกรอบได้นานขึ้น

และสำหรับเมนูทอด การเลือกใช้แป้งทอดก็มีส่วนช่วยทำให้อาหารกรอบได้นานขึ้นเช่นกัน ซึ่งการใช้แป้งทอดที่มีกลูเตนน้อย อย่าง แป้งทอดกรอบ คนอร์ ซีเล็คชั่นส์ จะช่วยคงความกรอบของอาหารได้เยอะ เพราะผลิตจากแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า และแป้งมันสำปะหลังคุณภาพดี เหมาะสำหรับชุบอาหารทุกประเภท โดยไม่ต้องเติมไข่ไก่ เป็นสูตรพิเศษที่คงความกรอบได้นานถึง 3 ชั่วโมง ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ถึงรสชาติของอาหารที่เหมือนนั่งกินที่ร้านเลย

เทคนิคที่ 3 : สร้างสรรค์เมนูใหม่ใส่ห่อ ปรับเมนูให้ดูเก๋ ขนาดพอดีปาก อร่อยพอดีคำ

ผู้ประกอบและร้านค้าจะคิดเมนูขึ้นใหม่เพื่อให้เหมาะกับการบรรจุลงกล่องกันซะส่วนใหญ่ ลองดัดแปลงสูตรอาหารจากที่เคยใส่ในกล่องก็เปลี่ยนมาเป็นการบรรจุใส่ห่อพลาสติกแบบปิดไม่ให้อากาศเข้าได้ก็เป็นไอเดียที่ดี เพราะอากาศและอุณหภูมิมีผลต่อความอร่อยของอาหาร ยกตัวอย่างเช่น เชฟสามารถทำเมนูโรลข้าวน้ำพริกกะปิหมูทอดใส่ในถุงห่อข้าวปั้น เปลี่ยนรูปลักษณ์อาหารให้ดูเก๋และทานง่ายขึ้น จะสั่งมาทานหรือจะพกไปทานที่ไหน ลูกค้าก็สามารถทานได้สะดวก

เทคนิคที่ 4: เพิ่มโน้ตเล็กๆ ให้ลูกค้า “เคล็ดลับอุ่นอาหาร วิธีเพิ่มความอร่อย”

เพราะอาหารแต่ละชนิดมีส่วนผสมและขั้นตอนการปรุงสุกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด ตุ๋น หรือนึ่ง จะใช้ความร้อนในการทำอาหารที่แตกต่างกัน เจ้าของร้านสามารถเพิ่มกระดาษโน้ตเล็ก ๆ ให้กับลูกค้าด้วยการเขียนวิธีการทานให้อร่อยยิ่งขึ้นเหมือนนั่งทานที่ร้าน ด้วยการนำเอาไปอุ่นในอุณหภูมิที่พอดี เพื่อที่จะทำให้อาหารของร้านคุณไม่สูญเสียความอร่อย มีรสชาติอาหารคงเดิมเหมือนปรุงสุกใหม่ ๆ อย่างเช่น ของทอดจะไม่แนะนำให้นำไปเข้าไมโครเวฟเพราะจะทำให้เหี่ยว ให้นำเข้าเตาอบที่ความร้อน 180 องศา ประมาณ 5 นาที จะทำให้เนื้ออาหารกรอบน่าทาน

เมนูที่เป็นเส้นและมีน้ำซุป เช่น เมนูก๋วยเตี๋ยว จะไม่แนะนำให้นำเส้นไปเวฟรวมกันกับน้ำ เนื่องจากเส้นจะสุกเกินไปและทำให้เส้นเละได้ ควรเวฟน้ำให้ร้อนก่อน แล้วจึงเทเส้นใส่ลงไปในน้ำร้อน เมนูที่เป็นของต้ม แกง และผัด ให้เริ่มเวฟที่ไฟแรงสุด 3 นาที ซึ่งถ้าอาหารที่สั่งมีปริมาณเยอะ นำเข้าไมโครเวฟแล้วยังไม่ร้อน เจ้าของร้านสามารถแนะนำให้ลูกค้าค่อยๆ เพิ่มเวลาอยู่ที่ 1-2 นาที ไปเรื่อยๆ

ไม่ว่าผู้ประกอบการจะมีเมนูเดลิเวอรี่อยู่ก่อนแล้วหรือเพิ่งเริ่มมาจับธุรกิจเดลิเวอรี่ ลองเอาเทคนิคที่เราแนะนำไปทำตาม รับรองได้เลยว่าจะทำให้ลูกค้าได้ทานของอร่อยๆ เหมือนทานที่ร้าน และติดใจสั่งต่อ หรือไปใช้บริการที่ร้านอีกแน่นอน